Home » แถลงการณ์ » แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๕-๑

แถลงการณ์ของคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ ๕-๑

Blog Icon

นิติรัฐ แถลงการณ์

18 September 2010

read 3502

คำประกาศว่าด้วยการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับออกเสียงประชามติ

เพื่อยืนยันว่าการทำลายอำนาจการตัดสินใจของประชาชนด้วยการรัฐประหารจะต้องไม่ได้รับการยอมรับอีกต่อไป

เพื่อแสดงให้เห็นว่าประชาชนทั้งหลายไม่ว่าจะมีสถานะทางเศรษฐกิจและ สังคมอย่างไรมีความสามารถเพียงพอในการกำหนดวิถีชีวิตของตนด้วยตนเองได้

เพื่อป้องกันมิให้ระบบกฎหมายของรัฐถูกทำลายจนเสียหลักแห่งความยุติธรรมไปมากกว่าที่เป็นอยู่และ เพื่อมิให้ร่างรัฐธรรมนูญที่ลดทอนอำนาจในสาระสำคัญของประชาชนแต่เพิ่มอำนาจ เหล่านั้นให้กับกลุ่มอำมาตยาธิปไตยบางกลุ่มนั้นมีผลใช้บังคับ

เรา คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังมีรายนามตอนท้าย โดยอาศัยสถานะพลเมืองไทยและผู้ประกอบวิชาชีพด้านนิติศาสตร์

ขอประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ....

เรามิเห็นพ้องด้วยว่าควรออกเสียงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อให้มีรัฐธรรมนูญใช้บังคับไปพลางก่อนแล้วค่อยดำเนินการแก้ไขภายหลังการเลือกตั้ง เราเห็นว่าหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว กลไกตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายย่อมดำเไปทันที องค์กรที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ย่อมถูกสถาปนาขึ้นและมีอำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอนุวัติการตามรัฐธรรมนูญจะถูกตราขึ้นเพื่อใช้บังคับต่อไปตามลำดับ เมื่อเป็นเช่นนี้ นอกจากการแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญในภายหลังจะทำได้ยากหรืออาจทำไม่ได้แล้ว ความเสียหายทั้งปวงอันจะเกิดขึ้นจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็สายเกินไปต่อการเยียวยา

เรายืนยันว่าการออกเสียงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ส่งผลให้ไม่มีการเลือกตั้งหรือเหนี่ยวรั้งให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไป  การเลือกตั้งย่อมสามารถเกิดขึ้นได้ทันที หากคณะรัฐประหารปรารถนาจะให้มี ด้วยการประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปตามกติกาเดิมที่มีมาก่อนรัฐประหาร ๑๙ กันยายน  โดยอาศัยกลไกและวิธีการในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยมิจำเป็นต้องรอให้มีการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งขึ้นใหม่

เราตระหนักดีว่า การประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญโดยการไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการนำตนเข้าไปอยู่ในกระบวนการที่คณะรัฐประหารกับพวกสร้างขึ้น แต่นี่หาใช่เป็นการยอมรับการรัฐประหาร อำนาจของคณะรัฐประหาร และผลผลิตของคณะรัฐประหารอย่างใดไม่ ตรงกันข้าม ในสถานการณ์ปัจจุบันที่คณะรัฐประหารและพวกมีและใช้อำนาจไปในทางลิดรอนสิทธิและเสรีภาพประชาชน ประกอบกับในสถานการณ์ปัจจุบันที่คณะรัฐประหารและพวกบีบหนทางการตัดสินใจของประชาชนในการกำหนดชะตากรรมของบ้านเมืองให้เหลือเพียงประการเดียว คือ การออกเสียงประชามติ เมื่อการออกเสียงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิทางการเมืองเพียงประการเดียวที่ยังเหลืออยู่ในขณะนี้ การใช้สิทธิดังกล่าวนี้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จึงเป็นหนทางอย่างสันติวิธีการเดียวที่เราจะสามารถใช้มโนธรรมสำนึกและเหตุผลในการต่อสู้กับคณะรัฐประหาร แม้กระบวนการออกเสียงประชามติดังกล่าวนี้ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสุดท้าย แทบจะหาความยุติธรรมทั้งกับเราและประชาชนทั่วไปมิได้เลยก็ตาม

 

  • รองศาสตราจารย์ ดร. วรเจตน์  ภาคีรัตน์
  • รองศาสตราจารย์ ประสิทธิ์  ปิวาวัฒนพานิช
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จันทจิรา  เอี่ยมมยุรา
  • อาจารย์ ดร. ฐาปนันท์  นิพิฏฐกุล
  • อาจารย์ ปิยบุตร  แสงกนกกุล
  • อาจารย์ ธีระ  สุธีวรางกูร

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๐

เข้าสู่ระบบ