Home » เอกสารประวัติศาสตร์ » กำเนิดองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ๒๔๙๐

กำเนิดองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ๒๔๙๐

Blog Icon

กฏหมายมหาชน เอกสารประวัติศาสตร์ องคมนตรี อภิรัฐมนตรี

27 March 2012

read 4473


กำเนิดองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ๒๔๙๐



คำชี้แจง :
คำว่า 'อภิรัฐมนตรี' ตามรายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีความหมายเดียวกับคำว่า 'องคมนตรี' ตามนัยความหมายปัจจุบัน โดยอนุโลม

บรรณานุกรม : เลขาธิการรัฐสภา, สำนักงาน. รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๑ - ๑๐ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๔๙๑ ถึงวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๔๙๑. พระนคร, สำนักงานเลขาธิการ, ๒๔๙๑.

ดาวน์โหลดเอกสารประวัติศาสตร์ 'กำเนิดองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ๒๔๙๐' :
www.enlightened-jurists.com/download/72


คัดบางตอนเฉพาะคำอภิปราย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

"ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่ควรมีอภิรัฐมนตรี...อภิรัฐมนตรีทำไม่ดีแล้วก็รุ่มร่ามไปๆมาๆจะเป็นอย่างนั้น...แล้วกรณีนี้จะมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะให้มีอภิรัฐมนตรีใต้รัฐธรรมนูญ ก็คือในเรื่องที่พระมหากษัตริย์ทรงพระเยาว์หรือไม่อยู่นั้น เป็นไปตามหลักก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีอภิรัฐมนตรี อย่างหนึ่งรู้สึกว่าจะเป็นองค์การเป็นอำนาจก่ออิทธิพลซึ่งเราไม่ทราบข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร...ข้อแรกที่ข้าพเจ้ารู้สึกหนักอกข้อหนึ่งที่ว่าอภิรัฐมนตรีมีอำนาจให้คำแนะนำ ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะว่าพระมหากษัตริย์ทรงบรรลุนิติภาวะแล้วควรให้อำนาจแก่ท่าน ถ้าเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีท่านต้องปรึกษาใครก็ได้..."
(รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๕/๒๔๙๑ วันพุธที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๑, หน้า ๒๔๑ - ๒๔๓.)


"...บางท่านพูดว่าในการรับสนอง พระบรมราชโองการนั้น ควรจะมีผู้เป็นกลางรับสนอง ส่วนข้าพเจ้าเห็นว่า คนที่จะเป็นกลางได้จริงๆ นั้นมีเป็นส่วนน้อย และความจริงตามรัฐธรรมนูญก็ได้มีบทบัญญัติไว้ว่าพระบรมราชโองการ กระแสรับสั่งอะไรต่างๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องมีรัฐมนตรีรายหนึ่งรับสนอง เราไม่ควรแตะต้องในข้อนี้ เพราะจะทำให้คนที่ไม่มีความรับผิดชอบเข้ามาเกี่ยวข้อง
...ข้าพเจ้ารู้สึกหนักใจที่ว่
าจะให้มีอภิรัฐมนตรีทำหน้าที่บริหารราชการ ข้อนี้อะไรกันข้าพเจ้ายังไม่เข้าใจ อำนาจแบ่งไว้เป็น ๓ ดีแล้ว นิติบัญญัติอยู่แก่สภา ตุลาการอยู่กับศาล บริหารอยู่กับคณะรัฐบาล นี่อำนาจอะไรกันอีก อำนาจอภิรัฐมนตรีเป็น Super government เป็นรัฐบาลเหนือรัฐบาลกระนั้นหรือ ที่จะบัญญัติดังนี้เท่ากับตั้งระบอบใหม่เป็นระบอบการปกครองที่ไม่มีการรับผิดชอบ..."
(รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๖/๒๔๙๑ วันศุกร์ที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๑. หน้า ๒๖๐ - ๒๖๑.)


"การปกครองระบอบประชาธิปไตยต้องมีทั้งความรับผิดชอบ การที่จะมีแต่สิทธิอย่างอภิรัฐมนตรี แต่ไม่มีความรับผิดชอบต่อใครนั้น ไม่ใช่วิถีทางแห่งความรับผิดชอบตามระบอบรัฐธรรมนูญตามที่เราเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ อภิรัฐมนตรีไม่มีความรับผิดชอบอะไร แต่งตั้งขึ้นมาแล้วถอดไม่ได้ ทำผิดก็เอาออกไม่ได้ เรื่องนี้ข้าพเจ้ากลัวว่าจะเป็นเรื่องถอยหลังเข้าคลองไปหาการปกครองชะนิดที่ล่วงเลยมาแล้ว ทีนี้จะพูดไปถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอันว่าจะต้องมีออฟฟิส กรมราชเลขานุการในพระองค์ก็เป็นออฟฟิสมีอยู่แล้ว..."
(รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๖/๒๔๙๑ วันศุกร์ที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๑. หน้า ๒๖๑.)


"และที่ว่าในหลวงมีพระราชภาระมากทั่วทุกมุม ทุกกระทรวงทะบวงกรม ก็ไม่จริง ในหลวงภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญทรงพระราชอำนาจโดยจำกัด...ท่านทรงปกเกล้าฯ ไม่ได้ทรงปกครอง มีราชการอะไร รัฐมนตรีก็มีความรับผิดชอบเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการอยู่โดยตรงแล้ว แม้จนกระทั่งการใช้พระราชอำนาจยับยั้งกฎหมาย ก็ต้องมีรัฐมนตรีรับสนอง เมื่อเช่นนี้จะมาตั้งที่ปรึกษาอะไรกันอีก ก็รัฐบาลของพระองค์นั่นแหละเป็นที่ปรึกษาอย่างดีที่สุดและใกล้ชิดที่สุดอยู่แล้ว ไม่ควรกำหนดให้เป็นอื่น...บางท่านที่นี่อาจค้นต่อความคิดว่าในหลวงทรงพระเยาว์จนจะมาเขียนรัฐธรรมนูญเลี้ยงในหลวงไม่โต เป็นเด็กอยู่นั่นเอง แต่ตามหลักรัฐธรรมนูญแล้วในหลวงจะต้องโต...ถ้าจะมานั่งเลี้ยงกันไม่โตแล้ว ก็เท่ากับว่าเราขาดคารวะ"
(รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๖/๒๔๙๑ วันศุกร์ที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๑. หน้า ๒๖๓.)


"ในอังกฤษมีปรีวีเคาน์ซิล (Privy Council) แต่นั่นเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ไม่ใช่วิทยาศาสตร์การปกครองสมัยรัฐธรรมนูญ ไม่มีที่ไหนเขาแต่งตั้งที่ปรึกษาเหนือรัฐบาล เพราะฉะนั้นเกรงว่าการตั้งอภิรัฐมนตรีจะทำให้เสียหลักการปกครอง เพราะที่ปรึกษาพระเจ้าแผ่นดินควรจะปรึกษาก็คือรัฐบาล ทำไมเราจะต้องมีอภิรัฐมนตรีเป็นที่ปรึกษา และรัฐบาลที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นนั้นก็ด้วยความชอบของสภา สมาชิกสภามาจากราษฎร ทำไมรัฐบาลของราษฎรจะเป็นที่ปรึกษาของในหลวงไม่ได้ รัฐบาลควรจะเป็นผู้ถวายคำปรึกษาโดยฉะเพาะ มิฉะนั้นในหลวงจะเหินห่างไปจากราษฎรและเหินห่างไปจากระบอบประชาธิปไตย".
(รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๖/๒๔๙๑ วันศุกร์ที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๑. หน้า ๒๖๕.)


"ควรเล็งผลในอนาคตด้วยว่าถ้าให้
อภิรัฐมนตรีเป็นที่ปรึกษาและเกิดให้คำปรึกษาขัดกับความเห็นของรัฐบาลเข้าจะไปกันอย่างไร รัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็จะเอาใจออกห่างจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหนักเข้า ไม่รัฐบาลจะต้องลาออกหรือไม่ในหลวงจะต้องสละราชสมบัติ แล้วจะไปกันใหญ่ถ้ารัฐบาลที่ลาออกไม่ดี ประชาชนไม่ชอบ ก็พอทำเนา แต่ถ้าเป็นรัฐบาลดี ที่ประชาชนเขานิยมชมชอบ แล้วมาเกิดมีความเห็นขัดแย้งกับในหลวง เนื่องแต่คำปรึกษาแนะนำของอภิรัฐมนตรี อย่างนี้จะมิเป็นให้ราษฎรเอาใจออกห่างจากในหลวงหรือ ข้าพเจ้าว่าหลักการอย่างนี้ ไม่ช่วยค้ำจุนราชบัลลังก์ไว้เลย"
(รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๖/๒๔๙๑ วันศุกร์ที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๑. หน้า ๒๖๕ - ๒๖๖.)

เข้าสู่ระบบ