Home » บทความจากผู้อ่าน » วัตถุอวกาศมาเยือนเขาพระวิหาร - ประเสริฐ ป้อมป้องศึก

วัตถุอวกาศมาเยือนเขาพระวิหาร - ประเสริฐ ป้อมป้องศึก

Blog Icon

กฏหมายระหว่างประเทศ บทความจากผู้อ่าน วัตถุอวกาศ

31 December 2011

read 3143


วัตถุอวกาศมาเยือนเขาพระวิหาร


ประเสริฐ ป้อมป้องศึก


บทความนี้เป็นการแสดงความเห็นทางวิชาการโดยส่วนตัวของผู้เขียน มิได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับหน่วยงานที่ผู้เขียนทำงานอยู่หรือมีความสัมพันธ์ด้วย ไม่ว่าทางหนึ่งทางใด


เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ได้มีชิ้นส่วนโลหะไม่น้อยกว่า ๑๐๐ ชิ้นตกจากฟากฟ้าลงมายังบริเวณ ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นแนวชายแดนไทย-กัมพูชา อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากเขาพระวิหารซึ่งไทยกับกัมพูชากำลังมีประเด็นพิพาทกันอยู่ทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งเชื่อว่าเป็นชิ้นส่วนอากาศยานสอดแนมของกัมพูชา ในขณะเดียวกันก็มีชิ้นส่วนตกในเขตแดนของกัมพูชา ซึ่งทำให้คนกัมพูชาจำนวนหนึ่งเชื่อว่าเป็นชิ้นส่วนอากาศยานสอดแนมของไทยเช่นกัน

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ว่า “สันนิษฐานว่าเป็นชิ้นส่วนของดาวเทียมเก่าๆ ที่โคจรในระดับต่ำเมื่อหมดอายุจะทำลายตัวเอง และแตกตัวออกมา แต่การเผาไหม้ยังไม่หมดแต่ถือว่าเป็นชิ้นส่วนที่อันตราย เพราะมีขนาดใหญ่”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคราวนี้ มีข้อน่าพิจารณาบางประการเกี่ยวกับประเด็นกฎหมายระหว่างประเทศดังจะกล่าวต่อไปนี้

๑. พันธกรณีของไทยตามสนธิสัญญาด้านอวกาศ

ถึงแม้ว่าเรื่องวัตถุอวกาศตกลงมานั้นจะมีประเด็นทางกฎหมายให้พิจารณาได้หลายประเด็น เช่น เรื่องมาตรการกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและวิธีการตรวจสอบ หน่วยงานรับผิดชอบเบื้องต้นในการตรวจสอบว่าเป็นอากาศยานพลเรือน อากาศยานทหาร หรือวัตถุอวกาศ ความรับผิดกรณีที่เกิดความเสียหาย ค่าใช้จ่ายในการจัดการเก็บและส่งคืน เป็นต้น แต่บทความนี้จะขอกล่าวถึงประเด็นการแจ้งการพบวัตถุอวกาศให้สหประชาชาติทราบเป็นสำคัญ

ประเทศไทยเป็นภาคีสนธิสัญญาด้านอวกาศอยู่ ๒ ฉบับ

ฉบับแรก คือ สนธิสัญญาว่าด้วยหลักเกณฑ์การดำเนินกิจการของรัฐในการสำรวจและการใช้อวกาศรวมทั้งดวงจันทร์และเทห์ฟากฟ้าอื่นๆ ค.ศ. ๑๙๖๓ (พ.ศ. ๒๕๐๖) (Treaty on Principles Governing the Activities of States in the Exploration and Use of Outer Space, including the Moon and Other Celestial Bodies)  ซึ่งมักเรียกชื่อย่อว่า “สนธิสัญญาอวกาศ” (Outer Space Treaty) ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๑ (ค.ศ. ๑๙๖๘) ทำให้สนธิสัญญานี้มีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยในวันเดียวกัน

ข้อ ๘ ของสนธิสัญญาอวกาศ ได้กำหนดว่า วัตถุอวกาศนั้น “หากได้มีการพบภายนอกอาณาเขตของรัฐภาคีซึ่งได้จดทะเบียนวัตถุนั้น จะต้องส่งคืนไปยังรัฐนั้น ซึ่งหากได้รับการร้องขอ จะต้องจัดส่งข้อมูลที่แสดงเอกลักษณ์ไปให้ก่อนที่จะมีการส่งกลับคืน” อันหมายความว่า ประเทศไทยมีหน้าที่ต้องส่งคืนวัตถุอวกาศที่ตกลงมาในประเทศไทยให้แก่ประเทศที่จดทะเบียนวัตถุอวกาศนั้น และเมื่อประเทศไทยร้องขอ ประเทศที่จดทะเบียนวัตถุอวกาศก็ต้องจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงเอกลักษณ์ของวัตถุอวกาศนั้นให้ประเทศไทยทราบก่อนที่ประเทศไทยจะส่งคืนวัตถุอวกาศนั้นต่อไป

ฉบับที่สอง คือ ความตกลงว่าด้วยการช่วยชีวิตนักอวกาศ การส่งคืนนักอวกาศ และการส่งคืนวัตถุที่ส่งออกไปในอวกาศ ค.ศ. ๑๙๖๘ (พ.ศ. ๒๕๑๑) (Agreement on the Rescue of Astronauts, the Return of Astronauts and the Return of Objects Launched into Outer Space)  มักเรียกชื่อย่อว่า “ความตกลงการช่วยเหลือนักอวกาศ” (Rescue Agreement) แต่ในบทความนี้จะเรียกว่า “ความตกลงการส่งคืนวัตถุอวกาศ” เพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาของบทความ ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ (ค.ศ. ๑๙๖๙) ทำให้ความตกลงนี้มีผลใช้บังคับสำหรับประเทศไทยในวันเดียวกัน

ข้อ ๕ ของความตกลงการส่งคืนวัตถุอวกาศนั้น นอกจากจะกล่าวซ้ำหลักการในข้อ ๘ ของสนธิสัญญาอวกาศแล้ว ยังเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการส่งคืนวัตถุอวกาศไว้อีกบางประการ พอสรุปได้ดังนี้

• รัฐภาคีที่พบวัตถุอวกาศ “ในดินแดนภายใต้เขตอำนาจของตน” ต้องแจ้งให้รัฐหรือองค์การระหว่างประเทศผู้ส่งวัตถุนั้น และเลขาธิการสหประชาชาติทราบ

• รัฐภาคีที่มีเขตอำนาจเหนือดินแดนที่พบวัตถุอวกาศ จะดำเนินการกู้วัตถุอวกาศนั้นเท่าที่เห็นว่าทำได้ เมื่อได้รับการร้องขอจากรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศผู้ส่งวัตถุนั้น

• หากรัฐภาคีมีเหตุอันควรเชื่อว่าวัตถุอวกาศที่พบในดินแดนของตนมีลักษณะอันตราย อาจแจ้งให้รัฐหรือองค์การระหว่างประเทศผู้ส่งวัตถุนั้นให้ดำเนินการขจัดภยันตรายนั้นอย่างมีประสิทธิผลโดยทันที

• รัฐหรือองค์การระหว่างประเทศผู้ส่งวัตถุอวกาศ หากได้ร้องขอให้มีการกู้หรือส่งคืนวัตถุอวกาศ จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกู้หรือการส่งคืนนั้น

๒. วัตถุอวกาศ ณ บางน้ำเปรี้ยว ไม่ปรากฏในทะเบียนสหประชาชาติ

Image

เหตุการณ์ชิ้นส่วนวัตถุอวกาศตกที่อำเภอกันทรลักษ์ในครั้งนี้ มิได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เท่าที่ทราบเคยมีชิ้นส่วนของยานเดลต้า ๒ ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีน้ำหนักกว่า ๑๐๐ กิโลกรัมตกลงสู่ทุ่งนา ตำบลฉิมพลี อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งราชการไทยได้ประสานงานส่งชิ้นส่วนกลับไปยังสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้ว  นอกจากนี้ยังเคยมีวัตถุตกลงมาบริเวณด้านตะวันตกของผามออีแดง เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นชิ้นส่วนของอะไร

ทั้งสองกรณีนี้ เมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลที่เผยแพร่ทั่วไปของสหประชาชาติกลับไม่ปรากฏว่าประเทศไทยได้แจ้งรายงานการพบวัตถุดังกล่าวในดินแดนไทยต่อเลขาธิการสหประชาชาติแต่อย่างใด  อาจเป็นไปได้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการแจ้งตามพันธกรณีจริงๆ หรืออาจทำการแจ้งไปแล้วแต่สหประชาชาติมิได้บันทึกในฐานข้อมูลให้ถูกต้องก็เป็นได้

Image


๓. วัตถุอวกาศ ณ เขาพระวิหาร กับการแสดงอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน
สำหรับกรณีชิ้นส่วนวัตถุอวกาศที่ตกใกล้เขาพระวิหารครั้งล่าสุดนี้ ประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีความตกลงการส่งคืนวัตถุอวกาศ ต้องแจ้งให้เลขาธิการสหประชาชาติทราบโดยเร็ว ทั้งนี้นอกจากจะเป็นการปฏิบัติพันธกรณีตามความตกลงแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงอำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ที่วัตถุดังกล่าวตกลงมาอีกด้วย

การที่ความตกลงการส่งคืนวัตถุอวกาศได้กำหนดว่า รัฐภาคีที่พบวัตถุอวกาศใน “ดินแดนภายใต้เขตอำนาจของตน” (in territory under its jurisdiction) ต้องแจ้งเรื่องนี้ให้เลขาธิการสหประชาชาติทราบนั้น ย่อมมีข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่าวัตถุอวกาศได้ตกอยู่ใน “ดินแดนภายใต้เขตอำนาจ” ของรัฐนั้น การที่ประเทศไทยแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้เลขาธิการสหประชาชาติทราบ จึงเป็นการแสดงยืนยันข้อเท็จจริงว่าพื้นที่ที่พบวัตถุอวกาศนั้นเป็นดินแดนภายใต้เขตอำนาจของไทย 

การเพิกเฉยละเลยไม่แจ้งเรื่องนี้อาจไม่มีผลเสียมากนักในแง่การปฏิบัติพันธกรณีตามความตกลงการส่งคืนวัตถุอวกาศ แต่อาจมีผลเสียหายอย่างมากในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าวัตถุอวกาศได้ตกลงยังบริเวณที่มีข้อพิพาทเขตแดนกันอยู่ หากฝ่ายกัมพูชาซึ่งแม้มิได้เป็นรัฐภาคีความตกลงการส่งคืนวัตถุอวกาศ แต่ได้แจ้งข้อมูลการพบวัตถุอวกาศให้สหประชาชาติทราบ โดยที่ฝ่ายไทยซึ่งเป็นรัฐภาคีความตกลงดังกล่าวกลับเพิกเฉยไม่ดำเนินการแจ้งใดๆ ตามหน้าที่ที่มีอยู่ ก็อาจกลายเป็นหนึ่งในข้ออ้างว่าประเทศไทยได้ยอมรับว่าพื้นที่บริเวณที่พบวัตถุอวกาศนั้นเป็นดินแดนภายใต้เขตอำนาจของกัมพูชา เข้าทำนองหลักกฎหมายปิดปากอย่างที่ประเทศไทยเคยได้รับผลเสียหายในการละเลยทำนองนี้มาแล้ว

เรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องไม่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการแจ้งการพบวัตถุอวกาศในดินแดนไทยให้สหประชาชาติทราบตามความตกลงการส่งคืนวัตถุอวกาศ และเมื่อได้แจ้งไปแล้วก็ต้องติดตามผลว่าสหประชาชาติได้บันทึกข้อมูลของฝ่ายไทยไว้ในทะเบียนของสหประชาชาติแล้วหรือไม่ มิสมควรปล่อยปละละเลยเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งไม่เคยปรากฏข้อมูลของฝ่ายไทยในทะเบียนเรื่องดังกล่าวของสหประชาชาติเลย ทั้งๆ ที่มีข่าวอยู่หลายครั้งหลายคราวว่าวัตถุอวกาศตกลงในดินแดนภายใต้เขตอำนาจของไทย


________________________

เชิงอรรถ

Phak Seangly, “Police Claim Dedris from Thai Aircraft” Phnompenh Post, Friday, 23 December 2011 http://www.phnompenhpost.com/index.php/2011122353582/National-news/police-claim-debris-from-thai-aircraft.html

“มทภ.๒ ชี้วัตถุปริศนาชิ้นส่วนดาวเทียมจีน” มติชนออนไลน์ วันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ http://www.matichon.co.th/daily/view_news.php?newsid=01p0109241254§ionid=0101&selday=2011-12-24

ฉบับภาษาอังกฤษ ดูใน http://www.unoosa.org/oosa/SpaceLaw/outerspt.html คำแปลของไทย ดูใน http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2511/A/118/931.PDF ทั้งนี้ผู้เขียนใช้คำบางคำต่างจากคำแปลที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาดังกล่าว

ฉบับภาษาอังกฤษ ดูใน http://www.unoosa.org/oosa/SpaceLaw/outerspt.html คำแปลของไทย ดูใน http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2512/A/099/919.PDF ทั้งนี้ผู้เขียนใช้คำบางคำต่างจากคำแปลที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาดังกล่าว

“Delta II rocket motor recovered in Thailand”Los Angeles Air Force Base, 1/12/2007 http://www.losangeles.af.mil/news/story.asp?storyID=123037637

“ยานลึกลับบึ้มเหนือพระวิหาร”, บ้านเมืองออนไลน์, วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ http://www.banmuang.co.th/politic.asp?id=256541

List of Reported Space Objects Discovered by Member States within their Territories http://www.oosa.unvienna.org/oosa/natact/sdnps/unlfd.html
ตัวอย่างหนังสือแจ้งการพบวัตถุอวกาศในดินแดนของประเทศแอฟริกาใต้ http://www.oosa.unvienna.org/pdf/reports/ac105/AC105_740E.pdf


เข้าสู่ระบบ