Home » บทความแนะนำ » คำประกาศแห่งกฎบัตร ’77 - สุญญาตา เมี้ยนละม้าย และอติเทพ ไชยสิทธิ์ แปล

คำประกาศแห่งกฎบัตร ’77 - สุญญาตา เมี้ยนละม้าย และอติเทพ ไชยสิทธิ์ แปล

Blog Icon

กฏหมายระหว่างประเทศ บทความแนะนำ

18 April 2011

read 3858

คำประกาศแห่งกฎบัตร ’77 1

 

แปลโดย สุญญาตา เมี้ยนละม้าย* และอติเทพ ไชยสิทธิ์**

 

ในวันที่ 13 ธันวาคม 1976 - กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม2 ได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ในประมวลกฎหมายของสาธารณรัฐสังคมนิยมเชคโกสโลวาเกีย (Codex of Laws of the CSSR)3 ฉบับที่ 120

กติกาทั้งสอง ฉบับนี้ได้รับการลงนามโดยประเทศ เชคโกสโลวาเกีย ในปี 1968 และผ่านมติรับรองที่กรุงเฮลซิงกิ ในปี 1975 หลังจากนั้น ในวันที่ 23 มีนาคม 1976 ประเทศของเราก็ได้นำกติกาทั้งสองมาบังคับใช้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสิทธิและเสียงของพลเมืองเชคโกสโลวเกีย และหน้าที่ของรัฐก็เป็นไปตามแนวทางแห่งกติกาทั้งคู่

สิทธิและ เสรีภาพของประชาชนที่กติกาเหล่านี้ รับรองนั้น เป็นองค์ประกอบสำคัญของอารยธรรมที่พลังแห่งฝ่ายก้าวหน้าทั้งหลายได้ ตะเกียกตะกายต่อสู้ตลอดระยะเวลาของประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา และสังคมก็มีการตรากฎหมายเป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพในการพัฒนาทาง มนุษยชาติ ด้วยเหตุนี้เราจึงมีความยินดียิ่งในการน้อมรับข้อเท็จจริงว่าสาธารณรัฐ สังคมนิยมเชคโกสโลวเกียมีความยึดมั่นต่อกติกานี้

แต่การตี พิมพ์เผยแพร่กติกานี้ กลับได้เตือนใจเราให้ตระหนักถึงวาระเร่งด่วนครั้งใหม่ที่ว่า สิทธิพลเมืองขั้นพื้นฐานมากมายนั้นถึงแม้จะถูกบัญญัติไว้ในกฎหมายและใช้ได้ จริง หากแต่ว่าถูกจำกัดขอบเขตไว้ให้อยู่แค่ในแผ่นกระดาษเท่านั้น ตัวอย่างหนึ่งของภาพลวงตาเรื่องสิทธิที่ชัดเจนที่สุด คือสิทธิในการมีเสรีภาพที่จะแสดงความเห็น ตามที่ได้บัญญัติไว้ใน มาตรา 19 ของกติกาฉบับแรก4
พลเมืองนับหมื่น ๆ คน ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในที่ทำงานของตน เพียงเค่พวกเขามีความเห็นต่างไปจากความคิดที่รัฐผลิตขึ้น และในเวลาเดียวกันพวกเขาก็ตกเป็นเป้าของการเลือกปฏิบัติและการกลั่นแกล้ง รูปแบบต่างๆอยู่เสมอจากทั้งอำนาจรัฐ และองค์กรทางสังคมต่างๆ พวกเขาถูกพรากทุกวิถีทางในการแก้ต่างให้ตนเอง และสุดท้ายก็กลายเป็นเหยื่อของการแบ่งแยกสีผิวด้วย

พลเมืองอีก นับแสนถูกกีดกันจากสิทธิที่จะเป็น อิสระจากความกลัว (ตามคำปรารภของกติกาฉบับแรก) เพราะพวกเขาถูกบังคับให้อยู่กับอันตรายที่ไม่อาจหลบหนีได้ นั่นคือหากเขาแสดงความเห็นที่แตกต่าง ก็เป็นไปได้ว่าเขาจะสูญเสียหน้าที่การงานและสิ่งอื่นๆด้วย
และความจริงที่ขัดกับมาตรา 13 ของกติกาฉบับที่ 25 ที่ได้ประกันสิทธิในการรับการศึกษา นั่นคือยังมีเยาวชนที่ไม่อาจประเมินจำนวนได้ ถูกริดรอนสิทธิและกีดกันจากการศึกษา เพราะความคิดเห็นที่แตกต่างของเขา และอาจรวมไปถึงผู้ปกครองของเขา ยังมีพลเมืองที่ไม่มีหมายเลขบัตรประชาชนที่จะต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความ หวาดกลัว ว่าหากพวกเขาแสดงตัวตามข้อกล่าวหา ตัวเขาหรือลูกของเขาอาจถูกกีดกันไม่ให้ได้รับการศึกษา

การใช้สิทธิ ในการแสวงหา รับ และเผยแพร่ ข้อมูลและแนวคิดทุกประเภท โดยไม่มีถูกกีดขวาง ไม่ว่าทางการพูด การเขียน การพิมพ์ หรือการแสดงออกทางศิลปะ (วรรคที่ 2 มาตราที่ 13 ของกติกาฉบับแรก)6 บทลงโทษ คือ การคุกคามไม่เพียงแค่นอกศาล แต่ในกระบวนการยุติธรรมก็เช่นเดียวกัน โดยมากการกลั่นแกล้งคุกคามนี้จะถูกอำพรางโดยใช้ข้อหาคดีอาญามาบังหน้า (เหตุการณ์ที่เป็นหลักฐานคือคดีความของกลุ่มนักดนตรีวง The Plastic People of the Universe ที่กำลังดำเนินการอยู่)7

เสรีภาพในการ แสดงออกในที่สาธารณะถูกปราบปราม ด้วย สื่อข้อมูล สิ่งพิมพ์ และกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่มาจากส่วนกลางโดยตรง ความเห็นทางการเมือง ปรัชญา วิทยาศาสตร์ หรือสุนทรียศาสตร์ ไม่สามารถเผยแพร่ได้ หากมีเนื้อหาที่บิดไปจากกรอบแคบๆของอุดมการณ์และความงามที่ออกแบบโดยรัฐแม้ ในระดับที่น้อยที่สุด ด้วยเหตุนี้การวิพากษวิจารณ์จากสาธารณะต่อปรากฏการณ์ทางสังคมที่เป็นวิกฤต เช่นนี้จึงเกิดขึ้น

วิกฤติดัง กล่าว สามารถยกตัวอย่างให้เห็นผ่านสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในสังคมนี้ เช่น บุคคลไม่สามารถแก้ต่างต่อสาธารณะให้ตนเองต่อข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จและเป็น การดูหมิ่น ซึ่งมาจากการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐได้ (การคุ้มครองทางกฎหมายต่อ “การโจมตีต่อเกียรติและชื่อเสียง” ที่ถูกรับรองไว้อย่างคลุมเครือในมาตรา 17 ของกติกาฉบับแรกนั้น8 ไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติ) บุคคลไม่สามารถโต้แย้งการกล่าวหาเท็จได้ และความพยายามที่จะทำให้ถูกต้องตามความเป็นจริง หรือแก้ไขด้วยกระบวนการตามกฎหมายมีแต่ล้มเหลว สำหรับงานด้านจิตวิญญาณ และงานสร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม จะไม่มีพื้นที่สำหรับการอภิปรายที่ตรงไปตรงมา คนที่ทำงานด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม รวมไปถึงพลเมืองคนอื่นๆถูกแบ่งแยกเพียงเพราะว่าไม่กี่ปีก่อน พวกเขาเผยแพร่หรือแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา ซึ่งถูกประณามจากอำนาจทางการเมืองในสมัยนั้นๆ

เสรีภาพในการเลื่อมใสศาสนาถูกรับรองไว้อย่างชัดเจนใน มาตรา 18 ของกติกาฉบับแรก9 แต่ถูกควบคุมโดยอำนาจเบ็ดเสร็จ มีการการลดทอนพิธีกรรมของพระสงฆ์ผู้ตกอยู่ภายใต้การคุกคาม ไม่ว่าจะเป็นการปลดจากตำแหน่ง การสูญเสียของข้อตกลงกับรัฐในการดูแลศาสนสถาน การคุกคามต่อการมีอยู่ - การตอบโต้ด้วยกำลังต่อคนที่แสดงความเชื่อต่อศาสนาโดยคำพูดหรือการกระทำ หรือการปราบปรามการสอนศาสนา และอื่นๆ

สิ่งที่ ประกอบเป็นเครื่องมือของการควบคุมและ การปราบปรามสิทธิพลเมืองทั้งหมดอย่างสมบูรณ์ ก็คือ ระบบการครอบงำอย่างแท้จริงของสถาบันและองค์กรต่างๆในรัฐ ทำให้พลเมืองถูกครอบงำด้วยคำสั่งทางการเมืองอันเป็นเครื่องมือของพรรคที่ ครองอำนาจ และถูกครอบงำด้วยการตัดสินใจอย่างเบ็ดเสร็จของปัจเจกชนผู้ทรงอิทธิพล โดยที่ทั้งรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐสังคมนิยมเชคโกสโลวาเกีย กฎหมายอื่นๆ และธรรมเนียมทางกฎหมาย ไม่มีส่วนใดเลยที่ได้ให้คำจำกัดความทางเนื้อหา หรือมีส่วนส่งเสริมให้เกิดการกระทำหรือการตัดสินใจเช่นนั้น เพราะคนเหล่านั้นมักชักใยอยู่เบื้องหลัง โดยมากกระทำผ่านวาจา ซึ่งไม่เป็นที่รับรู้และอยู่เหนือการควบคุมของพลเมืองในประเทศ ผู้ที่ก่อกำเนิดอำนาจนอกกฎหมายเหล่านี้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อผู้ใด เว้นแต่เพียงพรรคพวกของเขาและทายาทในวงวานว่านเครือ ทั้งๆที่พวกเขามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจด้านนิติบัญญัติซึ่งเป็นเครื่องมือ หนึ่งในงานด้านการบริหารประเทศ, ตุลาการ, สหภาพแรงงาน องค์กรทางสังคมต่างๆ, พรรคการเมือง, ธุรกิจการลงทุน, โรงงาน, สถาบัน, หน่วยราชการ, โรงเรียน และเครื่องมืออื่นๆ ซึ่งในขณะเดียวกันคำสั่งของพวกเขาก็ได้รับความสำคัญตามกฎหมายอยู่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ องค์กรหรือพลเมืองที่มีสิทธิและหน้าที่จึงควรเผชิญกับปมปัญหานี้ด้วยแนวทาง ที่ชัดเจน เพราะพวกเราไม่สามารถหันไปหาองค์กรใดที่เป็นกลางได้เนื่องจากองค์กรเช่นนั้น ไม่มีอยู่จริงในสังคม เหล่านี้คือการควบคุมอย่างรุนแรงต่อสิทธิที่เป็นผลมาจากมาตรา 2110 และ 2211 ของกติกาฉบับแรก (ว่าด้วยสิทธิในการชุมนุม และต่อต้านการควบคุมการแสดงออก) และในมาตรา 25 (ว่าด้วยการมีสิทธิอย่างเท่าเทียมในการได้ประโยชน์จากกิจการสาธารณะ)12 และมาตรา 36 (ว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติตามกฎหมาย)13 สถานการณ์เหล่านี้ได้ปิดกั้นผู้ใช้แรงงานและคนงานในสาขาอาชีพอื่นๆ ไม่ให้ก่อตั้งสหภาพแรงงานหรือองค์กรอื่นๆ และไม่ให้มีเสรีภาพในการใช้สิทธินัดหยุดงาน (วรรค 1 มาตรา 8 กติกาฉบับที่ 2)14

สิทธิพลเมือง อื่นๆ รวมไปถึงการแสดงการต่อต้าน “การแทรกแซงอย่างเบ็ดเสร็จต่อชีวิตส่วนตัว ครอบครัว บ้าน และการติดต่อ” (มาตรา 17 ของกติกาฉบับแรก)15 ก็ถูกละเมิดอย่างรุนแรงเช่นกัน โดยกระทรวงมหาดไทยได้ใช้วิธีการหลากหลายในการควบคุมชีวิตของพลเมือง เช่น ดักฟังบทสนทนาทางโทรศัพท์ และห้องพัก ควบคุมไปรษณีย์ การติดตามเฝ้าดูบุคคล การค้นที่พักอาศัย หรือการสร้างเครือข่ายของผู้ให้ข้อมูลจากประชากรในชนชั้นต่างๆ (มักคัดเลือกจากการบีบบังคับด้วยการคุกคามในแบบที่ไม่อาจยอมรับได้ หรือในทางตรงกันข้าม ด้วยการให้คำสัญญา) ฯลฯ บ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้แทรกแซงการตัดสินใจของลูกจ้าง ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในหน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆ มีอิทธิพลต่อเครื่องมือของกระบวนการยุติธรรม และสั่งการให้ดำเนินการโฆษณาชวนเชื่อปฏิบัติการเหล่านี้ไม่ได้ถูกกำกับโดย กฎหมาย แต่ถูกกระทำอย่างลับๆโดยที่พลเมืองไม่มีสิทธิในการป้องกันตัวเองเลย

ในกรณีของการ ดำเนินคดีอาญาที่มีแรงจูงใจ ทางการเมือง เครื่องมือในการสอบสวนได้ละเมิดสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา และไม่อนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหามีทนายที่ปรึกษา แม้สิทธินี้จะถูกรับรองไว้ในมาตรา 14 ของกติกาฉบับแรก16 โดยฝ่ายนิติบัญญัติของเชคโกสโลวเกีย บุคคลที่ถูกสั่งจำคุกก็จะถูกปฏิบัติด้วยการกระทำที่ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ ทำลายสุขภาพ รวมไปถึงความพยายามอีกมากมายที่สามารถทำร้ายผู้ถูกคุมขังได้อย่างถูกทำนอง คลองธรรม

และเช่นเดียวกัน สิ่งที่ขัดกับวรรค 2 ของมาตรา 12 ของกติกาฉบับแรก17 ซึ่งประกันสิทธิของประชาชนที่จะออกนอกประเทศได้อย่างเสรีในสภาวการณ์ “ปกป้องความมั่นคงของประเทศ” (วรรค 4) ก็คือสิทธินี้ผูกติดกับเงื่อนไขที่ไม่อาจยอมรับได้มากมาย เช่น มีการแทรกแซงอย่างเบ็ดเสร็จในการผ่านวีซ่าเข้าประเทศ คนหลายคนอาจจะไม่สามารถเข้ามาเที่ยวเชคโกสโลวเกียได้ ด้วยเหตุผล เช่น เพราะพวกเขารู้จักหรือติดต่อทางธุรกิจกับคนที่ถูกเลือกปฏิบัติในประเทศของ เรา

พลเมืองบาง ส่วน ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ร้องเรียนเป็นการส่วนตัวต่อสถานที่ทำงานของตน และกลุ่มที่ร้องเรียนต่อสาธารณะ ซึ่งกลุ่มหลังนั้นจะมีเพียงสื่อต่างชาติเท่านั้นที่นำเสนอข่าวให้ ก็ได้เตือนสติถึงกระบวนการละเมิดอย่างเป็นระบบต่อสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย และสำหรับคดีความที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ก็มีการเรียกร้องให้ชำระคดีให้ถูกต้อง แต่การอุทธรณ์ในคดีส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง หรือมิฉะนั้นพลเมืองเหล่านี้ก็กลายเป็นฝ่ายที่ถูกสอบสวนเสียเอง

ความ รับผิดชอบที่จะปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษย ชนในประเทศนี้จึงล้มเหลวอย่างที่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งในขั้นแรกก็คือความล้มเหลวในแง่ของการเมือง และอำนาจรัฐนั่นเอง แต่การเมืองหาใช่เรื่องเดียวที่สำคัญ เพราะเราแต่ละคนและทุกๆคนต่างมีส่วนแบ่งในความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่เกิด ขึ้นทั่วไปในขณะนี้ และแน่นอนว่า ต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามกติกาที่ถูกตราขึ้นซึ่งผูกพันทั้งรัฐบาลและ พลเมือง

ความรู้สึก ร่วมรับผิดชอบ, ศรัทธาในการมีส่วนร่วมของพลเมืองและความมุ่งมั่นที่จะทำให้มันบังเกิดขึ้น และความจำเป็นร่วมกันที่จะต้องหาวิธีการที่ใหม่และมีประสิทธิภาพกว่าเดิมใน การแสดงความเห็น ได้นำเรามาสู่ความคิดในการร่าง กฎบัตร ในปี 1977 หรือ กฎบัตร ’77 อันเป็นกฎหมายต้นฉบับที่เราประกาศใช้ทุกวันนี้

กฎบัตร ’77 เป็นการรวมตัวกันหลวมๆ อย่างอิสระ และเปิดกว้างจากผู้คนหลากหลายความเชื่อ ความศรัทธา และอาชีพ ที่มีจุดร่วมคือความปรารถนาทั้งระดับปัจเจกและระดับกลุ่มที่จะยืนยันการ เคารพสิทธิพลเมือง และสิทธิมนุษยชนในประเทศของเราและทั่วโลก และความปรารถนาที่จะยืนยันสิทธิอันเป็นที่รับรู้ของมนุษยชาติ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของสนธิสัญญาสากลที่ถูกตราขึ้นมากมาย บรรณสารสุดท้ายเฮลซิงกิ (The Final Act of Helsinki Conference)18 และเอกสารระหว่างประเทศอื่นๆที่ต่อต้านสงคราม ความรุนแรง และการบีบบังคับทางสังคมและจิตวิญญาณ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ถูกกล่าวไว้ในคำประกาศของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แล้วเช่นกัน

กฎบัตร ’77 เกิดขึ้นมาจากพื้นฐานของภราดรภาพ และมิตรภาพของประชาชนผู้มีความห่วงใยร่วมกันต่อชะตากรรมของสังคมอุดมคติ ที่เกี่ยวพันกับชีวิตและการงานของพวกเขา

กฎบัตรที่ ’77 ไม่ใช่องค์กร ไม่มีอนุสาวรีย์หรือรูปปั้น ไม่มีเครื่องมือใดๆเป็นการถาวร และไม่มีสมาชิกจัดตั้ง ทุกคนที่เห็นด้วยกับแนวคิดของกฎบัตรนี้ สนับสนุน และมีส่วนร่วมในการทำงานที่เกี่ยวกับกฎบัตร ย่อมเป็นสมาชิกของกฎบัตร

กฎบัตรที่ ’77 ไม่ใช่ฐานที่มั่นสำหรับกิจกรรมการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์ต่อฝ่ายใด แต่มีไว้เพื่อสนองประโยชน์ทั่วไป เฉกเช่นเดียวกับการออกกฎหมายทางตรงโดยพลเมืองในประเทศอื่นๆ ทั้งตะวันตกและตะวันออก ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจัดโครงการปฏิรูปทางการเมือง หรือสังคม หรือเพื่อการเปลี่ยนแปลงในนามของกฎบัตร แต่มีไว้เพื่อสร้างพันธะในภาคกิจกรรมของการโต้แย้งที่สร้างสรรค์ต่ออำนาจ การเมืองและรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตือนสติให้ตระหนักถึงตัวอย่างที่เด่นชัดของการละเมิด สิทธิมนุษยชนและพลเมือง, เพื่อรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับตัวอย่างเหล่านั้น, เสนอทางออก และข้อเสนอที่เน้นการปลูกฝังและประกันสิทธิดังกล่าว รวมถึงเพื่อทำงานเป็นเสมือนตัวกลางในกรณีที่มีสถานการณ์ขัดแย้งซึ่งอาจก่อ ให้เกิดการกระทำในทางมิชอบ และอื่นๆ

ด้วยชื่ออัน เป็นนัยยะ กฎบัตร ’77 (กฎบัตร ปี 1977) ได้เน้นย้ำว่า นี่คือสิ่งที่จะเป็นดั่งธรณีประตู ให้เราได้ข้ามผ่านไปสู่ปีที่ถูกประกาศให้เป็นปีแห่งสิทธิของนักโทษการเมือง และเป็นปีที่การประชุมในเบลเกรด (Belgrade Conference) จะทำการสอบทานการปฏิบัติตามกติกาที่ได้รับรองไว้ ณ กรุงเฮลซิงกิ

ในฐานะผู้ลง นามในคำประกาศนี้ เราได้มอบความไว้วางใจให้ศาสตรจารย์ ดร.Jiri Hajek DrSc คุณ Vaclav Havel และศาสตราจารย์ ดร.Jan Patocka DrSc. h.c., ให้เป็นโฆษกของกฎบัตร ’77 โฆษกทั้งสามมีอำนาจเต็มในการนำเสนอคำประกาศต่อรัฐ องค์กรต่างๆ และประชาชนชาวเชคโกสโลวาเกีย และประชาคมโลก และการลงชื่อของพวกเขา ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเอกสารนี้เป็นฉบับจริง เรา, ประชาชนเชคโกสโลวาเกีย และพลเมืองคนอื่นที่ร่วมกับพวกเรา ก็จะเป็นมิตรร่วมงานของเหล่าโฆษก ร่วมกับพวกเขาในการเจรจาที่สำคัญ และร่วมแบ่งปันภาระความรับผิดชอบทั้งมวล

เราเชื่อว่ากฎบัตร 77 จะสนับสนุนพลเมืองทั้งหลายในเชกโกสโลวาเกียให้สามารถประกอบอาชีพ และใช้ชีวิตได้เช่นเสรีชน

--------------------------------------------

*,** คณะกรรมการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ปี 2553-2554

1. ‘คำประกาศแห่งกฎบัตร ‘77’ เป็นแถลงการณ์ที่ถูกร่างขึ้นภายหลังการจับกุมสมาชิกวงดนตรีร็อคใต้ดิน ‘The Plastic People of the Universe’ ในปี ค.ศ. 1976 ฐาน ‘จงใจกระทำการวุ่นวายต่อความสงบของสังคม’ ภายหลังการแสดงดนตรีในเทศกาลดนตรี และด้วยเหตุที่มักแต่งเพลงซึ่งมีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การเมืองของการระบอบ คอมมิวนิสต์เชคโกสโลวาเกีย ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหภาพโซเวียต การล่ารายชื่อเริ่มขึ้นในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน และจบลงที่การตีพิมพ์คำประกาศดังกล่าว ในวันที่ 1 เดือนมกราคม ปี ค.ศ. 1977 (1.1.1977) วงดนตรีดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพที่ต่อต้าน การปกครองของระบอบเผด็จการ ด้วยเหตุที่มันถูกก่อตั้งขึ้นภายหลังเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เชคโกสโลวา เกียหัวก้าวหน้าในแนวทางปฏิรูปนาม Alexander Dubek ถูกขับออกจากอำนาจด้วยกำลังของกองทัพพันธมิตรแห่งสนธิสัญญาวอร์ซอ โดยการนำของสหภาพโซเวียต เพื่อนำสาธารณรัฐสังคมนิยมเชคโกสโลวาเกีย “กลับสู่สภาวะปกติ” (normalization process) ของการตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของระบอบคอมมิวนิสต์ที่เข้มข้น  และหลีกห่างออกจากแนวทางปฏิรูปซึ่งกำลังจะกลายเป็นการปฏิวัติแบบเสรีนิยมใน ท้ายที่สุด ขบวนการแห่งกฎบัตร ’77  เริ่มเคลื่อนไหวในหมู่ปัญญาชนซึ่งประกอบไปด้วยผู้ก่อตั้งคือ Václav Havel, Jan Pato ka, Zdeněk Mlynář, Jiří Hájek, และ Pavel Kohout  ภายหลังการตีพิมพ์คำประกาศดังกล่าว และกระจายต่อไปอย่างลับๆ เนื่องจากการเผยแพร่เอกสารทางการเมืองถือเป็นความผิดตามกฎหมาย พวกเขาได้ก่อให้เกิดแนวร่วมที่มาจากหลากหลายอาชีพ, ความคิดทางการเมือง และความเชื่อทางศาสนา ซึ่งเป็นพลังสำคัญที่นำไปสู่การปฏิวัติกำมะหยี่(Velvet Revolution) ภายหลังการปฏิวัติ Václav Havel ได้รับการเลือกตั้งอย่างเป็นเอกฉันท์โดยสมัชชาแห่งสมาพันธ์(Federal Assembly) ให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐเชค ในขณะที่อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ Alexander Dubek ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสมัชชาแห่งสมาพันธ์คนแรกเช่นกัน

2. กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง หรือ International Covenant on Civil and Political Rights (ICCPR) และ กติกาว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สิทธิทางสังคม และสิทธิทางวัฒนธรรม หรือ International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights (ICESCR) เป็นสนธิสัญญาที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ(the United Nations General Assembly) ได้กำหนดขึ้นในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 1966 และสาธารณรัฐเชคโกสโลวาเกียได้ลงนามในปี ค.ศ. 1968 จากนั้นจึงได้รับการรับรองที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ และมีผลบังคับใช้ภายในประเทศตั้งแต่วันที่ 23 เดือนมีนาคม ค.ศ. 1976

3. CSSR  ย่อมาจาก Czechoslovakia Socialist Republic หรือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเชคโกสโลวาเกีย ซึ่งในปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1993 เป็นต้นมา CSSR ได้แบ่งแยกประเทศอย่างสันติออกเป็นสาธารณรัฐเชค(Czech) และประเทศสโลวัค(Slovak)

4.  ICCPR: มาตรา 19

     1. บุคคลมีสิทธิที่จะดำรงความคิดเห็นอย่างใดอย่างหนึ่งเอาไว้ โดยปราศจากการแทรกแซง
     2. บุคคลมีสิทธิในเสรีภาพแห่งการแสดงออก สิทธินี้ยังรวมไปถึงเสรีภาพในการเข้าถึง การได้รับ หรือการกระจายข้อมูลข่าวสาร และความคิดทุกประเภท โดยปราศจากการกีดกัน ทั้งในทางการพูด การเขียน หรือการตีพิมพ์ ทั้งในรูปของศิลปะ หรือผ่านการใช้สื่อชนิดต่างๆ
     3. การแสดงออกซึ่งสิทธิตามวรรคสองของมาตรานี้ ย่อมกอปรไปด้วยภาระและความรับผิดชอบอันพิเศษ การกีดกันบางประหาร ย่อมมีขึ้นได้ตามแต่กฎหมาย และความเป็นจำเป็น ดังต่อไปนี้
        ก.) เพื่อดำรงไว้ซึ่งความเคารพต่อสิทธิ และชื่อเสียงของบุคคลอื่น
        ข.) เพื่อดำรงไว้ซึ่งประโยชน์ในการป้องกันความมั่นคงของชาติ, เพื่อความสงบเรียบร้อยของสาธารณะ, เพื่อการสาธารณสุข หรือ เพื่อคุณธรรม

5. ICESCR: มาตรา 13 วรรค 1

รัฐภาคีแห่ง กติกาความร่วมมือนี้ ย่อมต้องยอมรับบุคคลมีสิทธิที่จะเข้าถึงการศึกษา  และย่อมเห็นพ้องว่าการศึกษานี้จะต้องมีทิศทางที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างเต็ม ที่ต่อบุคคลิกภาพ และเกียรติของความเป็นมนุษย์ และจะต้องเสริมสร้างความแช็งแกร่งในการเคารพต่อสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐาน รัฐภาคียังจะต้องยอมรับว่า การศึกษานั้นได้เปิดโอกาสให้กับบุคคลทั้งหลายสามารถเข้าถึงสังคมอันเสรี เสริมสร้างความเข้าใจ, ความอดทนอดกลั้น, และมิตรภาพระหว่างชาติ และเชื้อชาติ หรือกลุ่มความเชื่อทางศาสนา และยังจะต้องสนับสนุนกิจกรรมของสหประชาชาติในการรักษาไว้ซึ่งสันติภาพ

6. ต้นฉบับพิมพ์ผิด ควรจะเป็น มาตรา 19 วรรค 2, อ้างแล้ว ใน 5.

7. “…/as is borne out, among others, by the trails of ‘young musicians’ now going on/…” ในที่นี้ หมายถึงสมาชิกวง ‘The Plastic People of the Universe’

8. ICCPR: มาตรา 17

1. ไม่อาจมีผู้ใดถูกควบคุมตัวโดยพลการ และถูกแทรกแซงความเป็นส่วนตัว, ครอบครัว, ที่อยู่อาศัย และจดหมายโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การโจมตีเกียรติยศและชื่อเสียงของบุคคลอื่นอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายย่อม กระทำมิได้
2. บุคคลทั้งหลายมีสิทธิที่จะป้องกันตนเองตามกฎหมายต่อการแทรกแซง และการล่วงละเมิดต่างๆ

 9. ICCPR: มาตรา 18

1. บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะมีเสรีภาพในความคิด, ความเชื่อ และศาสนา สิทธินี้ยังรวมถึงเสรีภาพที่จะมี หรือรับเอาความเชื่อ หรือศาสนาใด ตามความประสงค์แห่งบุคคลนั้น และเสรีภาพทั้งในเชิงปักเจก และในสังคมร่วมกับผู้อื่นทั้งในทางลับหรือในที่สาธารณะ ในการที่จะแสดงความเชื่อทางศาสนาของบุคคลนั้น หรือ ความเชื่อในการเคารพบูชา, เข้าร่วมสังเกตการณ์, ฝึกฝน หรือสั่งสอนแก่ผู้อื่น

2. ไม่อาจมีผู้ใดถูกควบคุม หรือถูกบังคับเพื่อละเมิดเสรีภาพในการมี หรือรับเอาความเชื่อ หรือศาสนาตามความประสงค์แห่งบุคคลนั้น

3. เสรีภาพในการแสดงความเชื่อทางศาสนา หรือความเชื่อใด อาจถูกควบคุมได้ด้วยข้อกำจัดแห่งกฎหมาย หรือโดยความจำเป็นเพื่อป้องกันความปลอดภัยของสาธารณะ ความสงบเรียบร้อย สาธารณสุข หรือ คุณธรรม หรือ สิทธิขั้นพื้นฐาน และเสรีภาพแห่งบุคคลอื่น

4. รัฐภาคีแห่งกติกาข้อตกลงร่วมนี้ จะต้องดำเนินการโดยขึ้นอยู่กับความเคารพต่อเสรีภาพของผู้ปกครอง ตามความเหมาะสมในการเป็นผู้พิทักษ์ตามกฎหมายในการอบรบด้านศาสนา และคุณธรรมแก่บุตรหลานตามความเชื่อของพวกเขา

10. ICCPR: มาตรา 21

สิทธิที่จะ ชุมนุม และรวมตัวกันอย่างสันติย่อมได้รับความคุ้มครอง การกีดกันใดไม่อาจแทนที่การแสดงออกซึ่งสิทธินี้ยกเว้นแต่ตามมาตรฐานของ กฎหมาย และตามความจำเป็นในสังคมประชาธิปไตย ในประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ หรือความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของสาธารณะ หรือเพื่อการป้องกันการสาธารณสุข หรือเพื่อคุณธรรม หรือเพื่อการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น

11. ICCPR: มาตรา 22 วรรค 1

บุคคลย่อมมี สิทธิที่จะรวมตัวกันเป็นสมาคมร่วม กับผู้อื่น รวมทั้งสิทธิที่จะก่อตั้ง และเข้าร่วมสหภาพแรงงานเพื่อการปกป้องผลประโยชน์แห่งตน

12. ICCPR: มาตรา 25

พลเมืองทุกคนย่อมมีสิทธิ และโอกาส โดยปราศจากการแบ่งแยกตามความในมาตรา 2 และโดยปราศจากการกีดกันที่ไม่สมเหตุสมผล

ก.) สิทธิ และโอกาสในการมีส่วนร่วมกับปัญหาสาธารณะ ทั้งในทางตรง และผ่านการเลือกผู้แทนอย่างอิสระ
ข.) สิทธิ และโอกาสในการเลือกตั้ง และได้รับการเลือกตั้ง ตามการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างสม่ำเสมอ โดยมีความเป็นสากล และให้สิทธิในการเลือกตั้งอย่างเสมอภาค
ค.) ทั้งนี้ การเลือกจะต้องเกิดขึ้นในทางลับ เพื่อรับรองการแสดงออกอย่างเสรีในความต้องการของผู้เลือกตั้ง สิทธิ และโอกาสในการเข้าถึงการบริการทางสาธารณะของรัฐ อย่างเสมอภาคกัน

13. ICCPR: มาตรา 26

บุคคลย่อม เสมอกันในกฎหมายและได้รับความ คุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ กฎหมายจะต้องยับยั้งการเลือกปฏิบัติต่างๆ และรับรองความเสมอภาคกันของบุคคล และป้องกันการเลือกปฏิบัติอย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกด้าน เช่น ชนชาติ, สีผิว, เพศ, ภาษา, ศาสนา, การเมือง หรือความเชื่ออื่นๆ ชาติกำเนิด หรือสังคมที่กำเนิดขึ้น, ทรัพย์สมบัติ, การเกิด หรือสถานะอื่นใด

14. ICCPR: มาตรา 8

รัฐภาคีแห่งกติกาความร่วมมือนี้ จะต้องดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่า
ก.) สิทธิสำหรับบุคคลทุกคนในการรวมตัวกัน หรือเข้าร่วมกับสหภาพแรงงานตามความปรารถนาของแต่ละบุคคล เพื่อการส่งเสริมและปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแห่งสังคมแห่งตน การควบคุมมีได้แต่เพียงตามกฎขององค์กร และการกีดกันใดย่อมไม่อาจแทนที่การแสดงออกซึ่งสิทธิ
ข.) เว้นแต่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมายและความจำเป็นตามสังคมประชาธิปไตย ในประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยของสาธาณะ และการปกป้องสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลอื่น
ค.) สิทธิของสหภาพแรงงานจะต้องรวมถึงการก่อตั้งสหพันธ์ หรือสมาพันธ์ในระดับชาติ และสิทธิของสหพันธ์ หรือสมาพันธ์แห่งชาติ ในการที่จะเข้าร่วมกับองค์กรสหภาพแรงงานระดับสากล

ง.) สิทธิของสหภาพแรงงานในการดำเนินงานอย่างอิสระ การควบคุมมีขึ้นได้เพียงแต่ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมาย และความจำเป็นตามสังคมประชาธิปไตย ในประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยของสาธาณะ และการปกป้องสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลอื่น
จ.) สิทธิในการนัดหยุดงาน เกี่ยวข้องกับการแสดงออกในรูปแบบตามมาตรฐานของกฎหมายในแต่ละประเทศ

15. อ้างแล้ว, 8

16. ICCPR: มาตรา 14 วรรค 1

บุคคลย่อม เสมอภาคกันในทางศาลและองค์กรตุลาการ ในการตัดสินใจดำเนินการจับกุมบุคคลใด หรือตามสิทธิ และตามหน้าที่โดยเหมาะสมตามกฎหมาย บุคคลทั้งหลายย่อมได้รับสิทธิแห่งความยุติธรรม และการไต่สวนสาธารณะโดยเจ้าหน้าที่อย่างเสรีและยุติธรรม โดยองค์กรตุลาการที่ได้รับการตั้งขึ้นตามกฎหมาย สื่อมวลชนและสาธารณะย่อมถูกกันออกจากการสอบสวนบางส่วน หรือทั้งหมด ได้ด้วยเหตุผลแห่งคุณธรรม ความสงบเรียบร้อยของสาธารณะ หรือความมั่นคงของชาติในสังคมประชาธิปไตย หรือด้วยประโยชน์ในชีวิตส่วนบุคคลแห่งคู่กรณี หรือ ตามขอบเขตซึ่งมีความเป็นจำเป็นขึ้นต่อดุลยพินิจของศาลในสถานการณ์พิเศษ หากสาธารณะจะมีอคติต่อกระบวนการยุติธรรม แต่การตัดสินใดๆ ในคดีอาชญากรรม หรือในความเหมาะสมตามกฎหมายสมควรเผยแพร่แก่สาธารณะ เว้นแต่เพื่อประโยชน์แห่งผู้เยาว์ หรือกรณีอื่นๆ ที่ต้องการ หรือการโต้เถียงในเรื่องการสมรส หรือด้วยความต้องการผู้พิทักษ์แห่งเยาวชนนั้น

17. ICCPR: มาตรา 12 วรรค 2

บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการออกจากประเทศใด รวมทั้งประเทศของตนเอง

18. "บรรณสารสุดท้ายเฮลซิงกิ" คือ คำแถลงสรุปรายละเอียดการทำสนธิสัญญาตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ รวมทั้งมีข้อแนะนำเสริมท้ายในการประชุม ณ กรุงเอลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ในปี ค.ศ. 1975 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างประเทศในทวีปยุโรป เพื่อหารือหลายด้านตั้งแต่สิทธิมนุษยชน จนถึงการป้องกันตนเองจากการรุกราน.

เข้าสู่ระบบ