Home » เอกสารประวัติศาสตร์

เอกสารประวัติศาสตร์

พระราชบัญญิติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว ๒๔๗๕

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเก้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า โดยที่คณะราษฎรได้ขอร้องให้อยู่ใต้รัฐธรรมนูญปกครองแผ่นดินสยาม เพื่อบ้านเมืองจะได้เจริญขึ้น และโดยที่ทรงยอมรับตามคำขอร้องของคณะราษฎร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญิติขึ้นไว้โดยมาตราต่อไปนี้

...

มาตรา ๑ อำนาจสูงสุดจองประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย

...

ประกาศตั้งผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร

เนื่องด้วยปรากฏว่า รัฐบาลอันมีจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ได้บริหารราชการแผ่นดิน ไม่เป็นที่ไว้วางใจของประชาชนทั้ง ทั้งไม่สามารถรักษาคสวามสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองได้ คณะนายทหารซึ่งมี จอมพล ...

...

ประกาศคณะราษฏร ฉบับที่ ๑

"รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอยๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรรู้เท่าไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าราษฎรได้มีการศึกษาก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้และคงจะไม่ยอมให้ทำนาบนหลังคน"  - คณะราษฎร, ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๗๕

...

คำประกาศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและพลเมือง 1789

โดยที่พิจารณาเห็นว่า ความเขลาเบาปัญญา ความหลงลืมหรือความละเลยเพิกเฉยต่อสิทธิประการต่าง ๆ ของมนุษย์นั้น เป็นสาเหตุแต่เพียงประการเดียวของความหายนะที่เกิดมีขึ้นแก่ส่วนรวมและของความฉ้อฉลที่เกิดมีขึ้นในรัฐบาลชุดต่าง ๆ บรรดาผู้แทนปวงชนชาวฝรั่งเศสซึ่งรวมตัวกันเป็นสภาแห่งชาติ จึงเห็นพ้องต้องกันในอันที่จะออกประกาศอย่างเป็นทางการซึ่งปฏิญญาว่าด้วยสิทธิทั้งหลายตามธรรมชาติอันมิอาจถ่ายโอนแก่กันได้และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของมนุษย์ เพื่อว่าเมื่อปฏิญญาฉบับนี้ได้ปรากฏแก่สมาชิกทั้งมวลอันประกอบกันขึ้นเป็นสังคมจงทุกคนแล้ว จะกระตุ้นให้สมาชิกเหล่านั้นได้ตระหนักอยู่เสมอถึงบรรดาสิทธิและหน้าที่ของพวกเขา เพื่อว่าเมื่อพิจารณาถึงการกระทำ แห่งอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจปกครองบริหาร ไม่ว่าจะในคราใดก็ตาม ประกอบกันเข้ากับวัตถุประสงค์แห่งสถาบันทางการเมืองทุกสถาบัน

...

Beantwortung der Frage : Was ist Aufklärung? (1784)

"ความรุ่งโรจน์ทางปัญญา ได้แก่ การที่มนุษย์สลัดตนออกมาเสียได้จากความไร้เดียงสาที่พันธนาการปัญญาญาณของตนเองไว้1 ความไร้เดียงสา (immaturity) ย่อมได้แก่ การขาดศักยภาพที่จะใช้ปัญญาญาณของตนเองได้ โดยไร้การชี้นำจากผู้อื่น ความไร้เดียงสาเช่นว่านี้เป็นดั่งพันธนาการ (self-imposed)   ด้วยว่าสาเหตุความไร้เดียงสา (ของบุคคล) นั้นมิได้เกิดจากการขาดปัญญาความเข้าใจแต่อย่างใด แต่กลับมีสาเหตุมาจากการขาดความคิดพินิจที่หนักแน่นและความกล้าหาญที่จะใช้ปัญญาญาณของตน โดยปราศจากการชี้นำจากผู้อื่น  Sapere Aude  !  จงกล้าที่จะใช้ปัญญาญาณของตนด้วยตนเอง นี่แหละคำขวัญของความรุ่งโรจน์ทางปัญญา"

...

พระราชนิยมเรื่องคิดจะเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน

หมายเลขเอกสาร ม.๗ บ. ทับ ๑๐ รหัสเอกสาร บ ๑.๕ ทับ ๗๐ ชื่อชุด พระราชนิยมเรื่องคิดจะเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน

"...อนึ่ง ทรงพระราชดำหริเห็นว่า เืมืองเราใช้วิธีปกครองอย่าง Dictatorship แต่ไม่ใช้วิธีการอื่น ๆ ของ Dictator กลับใช้ลักษณะของการ Democracy หลายอย่าง จึงเป็นการครึ่ง ๆ กลาง ๆ และยังไม่ตกลงใจกันจริง ๆ ว่าจะเอาอย่างไรด้วย..."

...

ดร.หยุด แสงอุทัย วิจารณ์กษัตริย์ไม่สมควรแสดงพระราชดำรัสสด -หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

แนวคิดของ หยุด แสงอุทัย ยืนยัน  พระราชดำรัสสด เป็นสิ่งผิดปกติในระบอบประชาธิปไตย เพราะ การที่กษัตริย์แสดงความคิดเห็นใดๆ ในทางสาธารณะ, อาจสะท้อนแนวคิดการเมืองทางใดทางหนึ่ง แล้วบุคคลสามารถนำพระราชดำรัสสดนั้นๆ มาโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ย่อมส่งผลกระทบต่อ สถานะของกษัตริย์ ที่ต้องเป็นกลางทางการเมือง (บนสนามประชาธิปไตย) เพราะ "ความเป็นกลางทางการเมือง" จะดำรงอยู่ได้, กษัตริย์ก็ต้องไม่เป็น "ผู้เล่นทางการเมือง" (ทางตรง, ทางอ้อม), ฉะนั้น พระราชดำรัสใดๆ ต้องให้รัฐมนตรี ซึ่งมีที่มาจากประชาชน เป็นผู้ร่างและลงนามกำกับ (อนุมัติ) เสียก่อน

สำหรับกรณีนี้ทางตำรวจ และนายกรัฐมนตรี (จอมพล ป.พิบูลสงคราม) เห็นว่า เป็นการให้ความรู้ประชาธิปไตยที่ถูกต้องแก่ประชาชน ไม่เป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จึงไม่มีการดำเนินคดี.

บรรณานุกรม : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ก/ป๗/๒๔๙๙/มท.๑๙ [เอกสารเย็บเล่ม]. ประมวลข่าวเหตุการณ์สำคัญ เรื่องกรณี ดร.หยุด แสงอุทัย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (พ.ศ.๒๔๙๙).

...

ร่างและพระราชกฤษฎีกาฉบับ ๑ ว่าด้วยราชประเพณีกรุงสยาม

สำหรับ "ร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับ ๑ ว่าด้วยราชประเพณีกรุงสยาม" คงเคยผ่านสายตาของผู้ศึกษาสายประวัติศาสตร์การปกครอง และนักกฎหมายมหาชน เป็นต้น หลายสิบปีแล้ว  แต่ "พระราชกฤษฎีกาฉบับ ๑ ว่าด้วยราชประเพณีกรุงสยาม" เป็นเอกสารที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพิ่งค้นพบตกสำรวจโดยยังไม่ได้ทำเป็นไมโครฟิล์ม ในโครงสร้างของตัวบทเป็นที่น่าวิเคราะห์วิจารณ์ในทางเนื้อหาเป็นอย่างยิ่ง.

...

พระบรมราโชวาท เรื่องพระราชดำรัสสด ขัดต่อประเพณีการปกครอง

"...ขอยกตัวอย่างประเพณีที่ดีและไม่ดี ตามประเพณีการปกครองประเทศ โอวาทของพระมหากษัตริย์หรือพระราชดำรัสต้องเขียนเพื่อให้รัฐมนตรีรับสนอง แต่เดี๋ยวนี้ก็กำลังพูดไม่ใช่อ่าน เพราะว่าได้ทำตามประเพณีอันหนึ่งของคนไทยไม่สู้ดี คือ ทำเกินประเพณีฝรั่ง โอวาทนี้เพิ่งเตรียมเมื่อบ่าย ๒ โมงนี้เท่านั้นเอง ควรจะเตรียมมานานแล้ว แต่เห็นว่าไม่จำเป็น อาจจะไม่รู้เรื่องเท่าไรนัก นี่ตัวอย่างประเพณีที่ไม่ดีที่เราไม่ควรจะทำตาม..."

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ปีการศึกษา ๒๕๐๒ วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๓

...

บันทึกส่วนตัวของ พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์ เรื่องรัฐธรรมนูญ (๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๗๕)

"...อย่าประมาทอย่างรัฐบาลเก่าที่เสียรู้คณะราษฎร..."

พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์ (วัน จามรมาน)

...

เอกสารประวัติศาสตร์ : หนังสือพิมพ์สามสมัย หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รัชกาลที่ ๖

เอกสารชิ้นนี้แสดงให้เห็นประการหนึ่งว่า อำนาจในการดำเนินคดีฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นั้น ขึ้นต่อการตัดสินใจของกษัตริย์ว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดีหรือไม่

...

เอกสารประวัติศาสตร์ : คู่มือระบอบใหม่ (๒๔๗๗)

"ถ้าพระมหากษัตริย์ทรงแสดงพระราชดำริเปนการเปิดเผยประการใดแล้ว มหาชนย่อมมีสิทธิที่จะติชมได้ ถ้าเปนข้อราชการแผ่นดิน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอยู่แล้ว การติชมก็เปนการติชมเจ้าหน้าที่ แต่ถ้าไม่เปนการแผ่นดินแล้ว ไม่มีใครรับผิดชอบแทน เพราะฉะนั้นพระมหากษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ จึ่งไม่ทรงแสดงพระราชดำริเปนการเปิดเผยในข้อซึ่งจะเปนที่ทุ่มเถียงกันได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา เคยพระราชทานพระบรมราโชวาทเปนที่จับใจมาหลายคราวแล้ว แต่ต่อไปภายหน้า ถ้าจะทรงปฏิบัติตามลัทธิรัฐธรรมนูญแล้ว จะต้องไม่พระราชทานในข้อซึ่งอาจเปนที่ทุ่มเถียงกันได้ เพราะว่าถ้าจะไม่ให้ออกความเห็นประการใดหรือให้ออกความเห็นแต่ในทางชมในพระราชดำรัสต่าง ๆ แล้ว จะเปนการขัดกับเสรีภาพของประชาชนมาตรา ๑๔" (คู่มือระบอบใหม่ , หน้า ๒๕ - ๒๖)

...

[นิติสาส์น] ความหมายของคำว่า "รัฐ" โดย นายสายหยุด แสงอุทัย (๒๔๘๓)

บทความนี้ได้รวบรวมความหมายของ "รัฐ" ตามที่ใช้อยู่ในที่ต่าง ๆ เป็นผลของการค้นคว้าของนายสายหยุด แสงอุทัย หรือ นายหยุด แสงอุทัย ในบทความนี้ หยุด ได้วิเคราะห์ว่า "รัฐ" ย่อมมีความหมายแตกต่างกันในการปกครองระบอบต่าง ๆ โดยใช้ฐานทางตำราของรัฐในระบอบนั้นๆ เป็นฐานในการพิจารณาโดยตรง สำหรับการเขียนบทความนี้ หยุด ได้อ้างอิงตำราต่างประเทศไว้เป็นจำนวนมาก เราประมวลหัวข้อการนำเสนอของบทความ ความหมายของคำว่า "รัฐ" มีดังนี้ (๑) ประวัติคำว่า "รัฐ" , (๒) คำว่า "รัฐ" ในการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช , (๓) คำว่า "รัฐ" ในการปกครองระบอบประชาธิปตัย , (๔) คำว่า "รัฐ" ในการปกครองระบอบโซเวียตรัสเซีย , (๕) คำว่า "รัฐ" ในการปกครองระบอบฟัสซิสม์ , (๖) รัฐในการปกครองระบอบแนชชั่นแนลโซเชียลลิสม์ , (๗) ชื่อของรัฐต่าง ๆ แบ่งเป็น ก.รัฐเด็ดขาด , ข.รัฐตำรวจ , ค.รัฐเสรีนิยม , ง.นิติรัฐ , จ.รัฐยุตติธรรม , ฉ.รัฐรอบด้าน , ช.รัฐที่มีผู้นำ , ซ.รัฐที่มีพรรคการเมืองคณะเดียว

...

รัฐธรรมนูญคำกลอน - พระราชธรรมนิเทศ (๒๔๗๘)

หนังสือรัฐธรรมนูญคำกลอน เป็นงานวรรณกรรมในสมัยระบอบรัฐธรรมนูญ ที่เกี่ยวข้องกับ "เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ" (๒๔๗๕) โดยตรง

...

คำอธิบายพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.๒๔๗๕ (เรียงมาตรา)

"คำอธิบายพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.๒๔๗๕ (เรียงมาตรา)" ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ใน วารสารนิติสาส์น แผนกสามัญ ปีที่ ๕ เล่ม ๕ ประจำเดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๕ โดยไม่ปรากฎชื่อผู้เขียน เป็นการอธิบายข้อความสำคัญในบทกฎหมายที่เผยแพร่ในวารสารนิติสาส์น แผนกกฤษฎีกา ในคำอธิบายส่วนนี้ทั้งหมดไม่ปรากฎชื่อผู้เขียนแต่อย่างใด

ในด้านสำนวนการเขียนและวิธีอธิบายทางทฤษฎี สันนิษฐานว่า นายเดือน บุนนาค หรือนายไพโรจน์ ชัยนาม เป็นผู้จัดทำ

...

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ กรณียึดทรัพย์ทั้งหมดของสมเด็จพระปกเกล้าฯ[ภาคแรก]

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีดำที่ ๑๙๗/๒๔๘๒  คดีแดงที่ ๒๗๘/๒๔๘๒  ความแพ่งระหว่าง กระทรวงการคลัง โจทก์  สมเด็จพระปกเกล้าฯ ที่๑ และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ที่๒ จำเลย

 

"จำเลยได้โอนทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของจำเลยดั่งคำฟ้องของโจทก์" [ความตอนหนึ่งของข้อเท็จจริงในคำพิพากษา]

...

โทรเลขของพระราชชนนีศรีสังวาลย์ : กรณีกรมขุนชัยนาทฯต้องโทษก่อกบฏล้มล้างรัฐธรรมนูญ

"ได้ทราบว่า กรมขุนชัยนาทถูกพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแทนที่จะลงโทษจำคุกไว้ตลอดชีวิต ขอท่านได้ช่วยพิจารณาว่า จะมีทางที่จะเนรเทศไปต่างประเทศเสียตลอดชีวิตได้หรือไม่ ถ้ามีทางเช่นนั้น หม่อมฉันจะรู้สึกเป็นพระคุณอย่างยิ่ง  ถ้าจำเป็น  สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเซ็นหนังสือขอร้องมาโดยพระองค์เอง โดยให้ทราบโดยเร็วที่สุด"

สังวาลย์ มหิดล (Sangwal Mahidol) , วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๒ เวลา ๐๑.๒๕ นาฬิกา

...

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นายฉลาด วรฉัตร ฟ้อง คมช.และพวก ฐานกบฎล้มล้างรัฐธรรมนูญฯ

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำที่ ๓๔๙๔/๒๕๕๐ คดีหมายเลขแดงที่ ๗๘๔๑/๒๕๕๓ ระหว่าง เรืออากาศตรีฉลาด วรฉัตร (โจทก์) พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน และพวก (จำเลย)

"โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงวันฟ้องทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ กระทำผิดกฎหมายด้วยการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร อำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยมิชอบด้วยกฎหมาย บิดเบือนหรือบิดผันระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย..."

...

ความเห็นในการวินิจฉัยคดีของนายกีรติฯในคดีจงใจยื่นบัญชีรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ

"ปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีอำนาจฟ้อง (ยื่นคำร้อง) คดีนี้หรือไม่ เห็นว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ศาลเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตย ซึ่งเป็นของประชาชน ศาลจึงต้องใช้อำนาจดังกล่าวเพื่อประชาชนอย่างสร้างสรรค์ในการวินิจฉัยคดีเพื่อให้เกิดผลในทางที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน หากศาลไม่รับใช้ประชาชน ย่อมทำให้ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมถูกท้าทายและสั่นคลอน นอกจากนี้ศาลควรมีบทบาทในการพิทักษ์ความชอบด้วยกฎหมายรวมถึงพันธะกรณีในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจากการใช้อำนาจโดยมิชอบและพันธะกรณีในการปกปักรักษาประชาธิปไตยด้วย การได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ การได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยความไม่ยินยอมพร้อมใจจากประชาชนส่วนใหญ่เท่ากับเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย การปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ ย่อมเป็นการได้อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย หากศาลรับรองอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติ หรือรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้ว เท่ากับศาลไม่ได้รับใช้ประชาชนจากการใช้อำนาจโดยมิชอบและเพิกเฉยต่อการปกปักรักษาประชาธิปไตยดังกล่าวมาข้างต้น ทั้งเป็นการละเลยหลักยุติธรรมตามธรรมชาติที่ว่าบุคคลใดจะรับประโยชน์จากความฉ้อฉลหรือความผิดของตนเองหาได้ไม่ รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการปฏิวัติหรือรัฐประหารเป็นวงจรอุบาทว์อยู่ร่ำไป ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นช่องทางให้บุคคลหรือคณะบุคคลดังกล่าวที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหารยืมมือกฎหมายเข้ามาจัดการสิ่งต่าง ๆ...ศาลจึงไม่อาจที่จะรับรองอำนาจของบุคคลหรือคณะบุคคลที่ทำการปฏิวัติหรือรัฐประหาร ว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น"
ความเห็นในการวินิจฉัยคดีของ นายกีรติ กาญจนรินทร์ คดีหมายเลขแดงที่ อม. ๙/๒๕๕๒

...

พระราชวงศ์กล่าวความอันเป็นเสี้ยนหนามแก่ความสงบและคำปฏิญาณตนต่อคณะราษฎร

"...บัดนี้
ความมาปรากฏขึ้นว่า  ได้มีปากเสียงอันเป็นเสี้ยนหนามแก่ความสงบ
เกิดขึ้นในหมู่พระราชวงษ์  ซึ่งถ้าหากจะเพิกเฉยเสียก็เกรงจะเป็น
เชื้อฝอยให้ลุกลามต่อไป  และครั้นคณะราษฎรจะจัดการปราบปรามเสีย
เองก็เกรงจะเป็นที่ขุ่นเคืองพระราชหฤทัย  ข้าพระพุทธเจ้าจึงได้กราบ
บังคมทูลพระกรุณามาให้ทรงทราบ  เพื่อขอได้ทรงช่วยทำความเข้าพระ-
ทัยในหมู่พระบรมวงษานุวงษ์ทั้งหลาย  โดยขออย่างให้ปากเสียงอันจะพึง
เป็นเสี้ยนหนามแก่ความสงบเกิดขึ้นแต่หมู่พระบรมวงษานุวงษ์ต่อไป" 

พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา
ผู้รักษาพระนครฝ่ายทหาร
วันที่ ๒๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๗๕



...

กำเนิดองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ๒๔๙๐

"และที่ว่าในหลวงมีพระราชภาระมากทั่วทุกมุม ทุกกระทรวงทะบวงกรม ก็ไม่จริง ในหลวงภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญทรงพระราชอำนาจโดยจำกัด...ท่านทรงปกเกล้าฯ ไม่ได้ทรงปกครอง มีราชการอะไร รัฐมนตรีก็มีความรับผิดชอบเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการอยู่โดยตรงแล้ว แม้จนกระทั่งการใช้พระราชอำนาจยับยั้งกฎหมาย ก็ต้องมีรัฐมนตรีรับสนอง เมื่อเช่นนี้จะมาตั้งที่ปรึกษาอะไรกันอีก ก็รัฐบาลของพระองค์นั่นแหละเป็นที่ปรึกษาอย่างดีที่สุดและใกล้ชิดที่สุดอยู่แล้ว ไม่ควรกำหนดให้เป็นอื่น...บางท่านที่นี่อาจค้นต่อความคิดว่าในหลวงทรงพระเยาว์จนจะมาเขียนรัฐธรรมนูญเลี้ยงในหลวงไม่โต เป็นเด็กอยู่นั่นเอง แต่ตามหลักรัฐธรรมนูญแล้วในหลวงจะต้องโต...ถ้าจะมานั่งเลี้ยงกันไม่โตแล้ว ก็เท่ากับว่าเราขาดคารวะ" :- ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช
(รายงานการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๖/๒๔๙๑ วันศุกร์ที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๑. หน้า ๒๖๓.)

...

สุนทรพจน์หลวงพิบูลสงคราม - การสู้กันของระบอบเก่าและระบอบใหม่

"ผมขอยืนยันว่า ในชั่วชีวิตเรา บางทีลูกเราด้วย จะต้องรบกันไปอีก และแย่งกันในระบอบเก่ากับระบอบใหม่นี้ เพราะเหตุเราจะต้องประสานกัน เราต้องการความสงบสุข เราต้องการสร้างชาติ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ นั้น เราจึงไม่ได้ทำอะไรเลยกับพวกที่เห็นตรงกันข้าม ใครจะไปไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้ เมื่อเปรียบกับในต่างประเทศ ท่านทั้งหลายจะเห็นว่า เราทำมาผิดกันไกล เช่น ฝรั่งเศสปฏิวัติกัน เขาก็ฆ่ากันนับพัน ๆ คน จนถึงกับเอาใส่รถใส่เกวียนไปฆ่ากัน ส่วนเราเปลี่ยนกัน เปลี่ยนทั้งพระมหากษัตริย์ เปลี่ยนทั้งอำนาจอะไรต่ออะไรด้วย เราก็ไม่ได้ทำอะไรกันเลย มิได้มีการเสียเลือดเนื้อกันเลย และผมว่า ในชีวิตเรา ในชีวิตลูกของเรา พวกรักระบอบเก่าแก้แค้นก็ไม่หมด เพราะว่าเราปล่อยไว้ อย่าว่าแต่การเปลี่ยนระบอบการปกครองและเปลี่ยนพระมหากษัตริย์เลย ขอให้มองดูใกล้ ๆ การเปลี่ยนแต่พระมหากษัตริย์ ตัวอย่าง สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ เปลี่ยนจากพระเจ้าตากมาแล้ว ฝ่ายพระเจ้าตากเป็นอย่างไร ฝ่ายพระเจ้าตากต้องถูกประหารชีวิตหมด ถึงกระนั้นก็ดี ตอนหลังก็ยังปรากฏว่าจะมีการแย่งกันอีกเล็กน้อย นี่ตัวอย่างที่เราเป็นมาแล้ว ...แต่เราไม่ได้ทำอันตรายใครเกินเหตุ จึงทำให้พะวักพะวนอยู่ แต่ห่วงพวกรักระบอบเก่า ...พวกผมขอให้หมด ปิดฉากพยาบาทกัน แต่พวกตรงข้ามเขาไม่ยอม ก็ไม่ทราบจะทำอย่างไร เขาแสดงทีท่าว่า ต่อให้ถึงลูกหลานเหลนของเราก็ต้องรบกันอยู่นั่นเอง ก็มีปัญหาขึ้นว่า ถ้าเช่นนั้นทำไมจึงไม่แก้เล่า ถ้ามีการแก้ ก็ต้องทำเด็ดขาดอย่างพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงปฏิบัติกับพวกเจ้าตาก ซึ่งได้ผลดีมาแล้ว แต่เราทำไม่ได้ จะไปล่มเรือฆ่ากันอย่างนั้นพ้นสมัย และกลัวบาปด้วย แต่ฆ่า ๑๘ คนเท่านี้ก็พออยู่แล้ว เป็นประวัติการณ์ที่เรายังไม่ลืมเหตุการณ์อันนี้ ถ้าเราจะให้หมดไปจริง ๆ ที่จะให้ระบอบใหม่นี้มั่นคงแล้วจะเป็นอย่างไร ดูอย่างฝรั่งเศสเมื่อครั้งพระเจ้าหลุยที่ ๑๖ นั้น เอาไปประหารกันทีเดียว อีกอย่างหนึ่ง เราจะปราบด้วยวิธีอื่นก็ได้ พวกที่อยู่ในระบอบเก่าไม่เปลี่ยนหัวมาเป็นระบอบใหม่ ก็ให้หนีไปเสียจากเมืองไทย สภาฯ นี้ก็อนุมัติให้รัฐบาลทำได้ ให้ออกกฎหมายว่าพวกนี้ให้ผมริบทรัพย์ แล้วเนรเทศไปให้หมด" - นายพลตรี หลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี

โดยดู ภาคสุนทรพจน์ เรื่อง คำอภิปรายของนายกรัฐมนตรีกล่าวแด่มวลสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ สภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวแก่ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมบทฉะเพาะกาล พุทธศักราช ๒๔๘๓ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๔๘๓. ใน ข่าวโฆษณาการ, ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๖ (๒๔๘๓). หน้า ๑๔๖๐ - ๑๔๗๑.

...

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา"บอยคอต"กกต.โดยอ้างพระราชดำรัสวันที่ ๒๕เม.ย.๒๕๔๙

"ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยโดยผ่านทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาล แต่ในเวลาที่ประเทศตกอยู่ในภาวะว่างเว้นรัฐสภา และคณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร หากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องสงวนรักษาระบอบการปกครองและความสงบสุขของราชอาณาจักรไว้ พระมหากษัตริย์ย่อมทรงใช้อำนาจอธิปไตยผ่านทางศาลได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ดังที่ทรงมีพระราชดำรัสแก่ประธานศาลปกครองสูงสุดและประธานศาลฎีกา เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ดังนั้น การปฏิบัติภารกิจของศาลตามที่ได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อม จึงเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ" - ความตอนหนึ่งจาก หนังสือด่วนที่สุด โดยประธานศาลฎีกา (นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ) ถึงประธานวุฒิสภา, วันที่ 1 มิถุนายน 2549

...

คำพิพากษาคดีหมิ่นฯอดีตกษัตริย์ ผิด ม.๑๑๒

ศาลฎีกาเห็นว่า "ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชต้นราชวงศ์ตลอดมาจนกระทั่งรัชกาลปัจจุบัน ประชาชนในประเทศจึงผูกพันกับพระมหากษัตริย์ในฐานะที่เป็นที่เคารพสักการะซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือ บุคคลใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้ ด้วยเหตุนี้การที่กฎหมายมิได้บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์จะต้องครองราชย์อยู่เท่านั้น ผู้กระทำจึงจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ แม้จะกระทำต่ออดีตพระมหากษัตริย์ซึ่งสวรรคตไปแล้ว ..." คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๓๗๔/๒๕๕๖ (องค์คณะผู้พิพากษา นายศิริชัย วัฒนโยธิน, นายทวีป ตันสวัสดิ์, นายพศวัจณ์ กนกนาก)

...

เข้าสู่ระบบ